Talk/Interview » แขไข ธเนศปราโมทย์ เตรียมเปิดสอนศิลปะต่อยอดธุรกิจ

แขไข ธเนศปราโมทย์ เตรียมเปิดสอนศิลปะต่อยอดธุรกิจ

7 สิงหาคม 2020
367   0

ภาวะเศรษฐกิจหลังโควิดเช่นนี้ ทำเอานักธุรกิจส่วนใหญ่หนักใจ เพราะอะไรๆก็ดูไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก การท่องเที่ยว หรือที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติด้วยแล้ว ถือว่าน่าหนักใจกว่าใครเพราะกระทบก่อน และยังฟื้นตัวที่หลัง

แต่ถ้าใครลงทุนทำธุรกิจด้วยเงินเย็น สายป่านยาว ไม่กู้สถาบันการเงินมา ถือว่าโชคดีอย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องต้องจ่ายดอกเบี้ย และถ้าทำธุรกิจด้วยความหยืดหยุ่นสูง ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับภาวะการณ์ ณ ขณะนั้นๆได้ดี ก็ถือว่าเป็นโชคสองชั้นเลยทีเดียว เช่นเดียวกับเธอคนนี้

แขไข ธเนศปราโมทย์ เจ้าของและผู้บริหารเรือนไทยสุขุมวิท 50 และร้านอาหารบ้านไทยสุข 16 นอกจากนั้นเธอยังมีอพาร์ทเม้นท์ย่านสุขุมวิทอีกด้วย เธอเล่าว่าทำเรือนไทยสุขุมวิทมา 8 ปีกว่าแล้ว โดยทำเป็นสถานที่เพื่อจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ เช่น งานแต่งงาน การประชุมสัมมนา งานเปิดตัวสินค้า ซึ่งที่ผ่านมานั้นไปได้ดี เป็นสถานที่ๆคู่แต่งงานชอบมาจัดงานฉลองสมรส มีทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ทั้งยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย เรียกว่าช่วงเสาร์-อาทิตย์ จะเต็มตลอด

จนกระทั่งเมื่อช่วงโควิดที่ผ่านมา 3 เดือนกว่าตั้งแต่ มี.ค-ก.ค ไม่มีงานอีเวนท์ใดๆเลย แม้ตอนนี้จะผ่อนคลายลงบ้าง แต่คนก็ยังกังวลที่จะมาชุมนุมกันเยอะๆ บางคนกังวลญาติผู้ใหญ่จะไม่กล้ามาจากต่างจังหวัดก็เลื่อนงานแต่งงานออกไป ส่วนต่างชาตินั้นก็ยังเข้ามาไม่ได้ ซึ่งคงต้องรอถึงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า

เมื่อเป็นเช่นนั้น ในช่วงนี้เธอจึง ต้องปรับเปลี่ยนทิศทางการให้บริการเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ด้วยการปรับให้เรือนไทยสุขุมวิท 50 เป็นสถานที่จัดเป็นอาร์ทไดอารี่ กล่าวคือการเปิดสอนวาดรูปให้กับผู้ที่สนใจทุกเพศทุกวัย โดยเปิดทุกวันๆละ 4 รอบ  รอบละ 2 ชม. รวมอุปกรณ์การเรียน อาหารว่างและเครื่องดื่ม เรียกว่าเข้ามาตัวเปล่าก็มาเรียนได้ทางเรือนไทยสุขุมวิท จัดเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้ทุกอย่าง

โดยการสอนศิลปะนั้น มีหลายหัวข้อ จะเริ่มเปิดสอนวันที่ 8 ส.ค นี้ ทั้งวาดรูปเหมือน เพ้นท์รองเท้า เพ้นท์ร่างกาย วาดการ์ตูนภาพเหมือน โดยมีทีมงานจากเพาะช่างมาสอน รับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพราะมีทีมงานที่พูดภาษาอังกฤษได้ ราคาค่าเรียนครั้งละ 789 บาทรับรอบละไม่เกิน 40 คน เพื่อต้องการเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย เพราะห้องจุได้กว่า 150 คน

แขไข เล่าว่าที่เปิดสอนศิลปะการวาดรูปนั้น ส่วนหนึ่งเพราะตัวเธอเองก็ชอบวาดรูป ลูกสาวก็ชอบวาดรูปประกวดชนะได้รางวัลมาหลายรายการตั้งแต่เด็กจนเรียนมหาวิทยาลัย อีกทั้งมีรุ่นน้องที่เพาะช่างมาช่วยสอนให้

 “เรามองว่าศิลปะช่วยฝึกสมาธิด้วย ช่วยบำบัดจิตใจ ในภาวะอย่างนี้ หลายคนอาจจะอยากผ่อนคลายจากเรื่องว้าวุ่นหนักใจต่างๆ การได้มาพักสมองผ่อนคลายด้วยการวาดรูปสัก 2-3 ชั่วโมง อาจจะทำให้เขาสบายใจกันมากขึ้น แล้วการมาเรียนวาดรูปมันไม่ยุ่งยากวุ่นวายเหมือนกิจกรรมอื่นๆ อย่างมีคนมาติดต่อขอใช้สอนโยคะ เราก็ขอปฏิเสธไปก่อนเพราะต้องมีเรื่องอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เราอยากให้เรียบง่ายไม่วุ่นวายมาก ทำตามที่เราชอบและสถานที่ของเราเอื้ออำนวยจะดีกว่า”

เธอบอกว่าการทำธุรกิจ ต้องมีใจรัก ต้องมีความยืดหยุ่น ถ้าปรับเปลี่ยนยากก็อยู่รอดยากใครปรับตัวได้ง่ายก็ได้ไปต่อได้ไว ถ้าจะรอจัดงานอีเว้นท์ งานแต่ง อย่างเดิม ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเหมือนเดิม ต้องรออีกนานแค่ไหน จึงต้องปรับตัวให้รอดมีรายได้เลี้ยงพนักงาน เพราะที่ผ่านมาเธอยังจ่ายเงินเดือนพนักงานเหมือนเดิม ไม่ได้เอาใครออก ถือว่าประคับ ประคองกันไป

โชคดีว่าเราทำธุรกิจด้วยเงินของตัวเองไม่ได้กู้ธนาคารเลย  แล้วสถานที่ ที่ดินก็เป็นของเราเองไม่ได้เช่า ก็เลยไม่เครียดมาก ถ้าเช่าก็คงอยู่ลำบาก แล้วก็บริหารเองเป็นเจ้าของเอง ก็ปรับเปลี่ยนการทำงานได้คล่องตัว ไม่ต้องรอการตัดสินใจจากหุ้นส่วนหรือใคร บทเรียนจากโควิดครั้งนี้สอนเลยว่า อย่าทำอะไรเกินตัว ต้องทำธุรกิจด้วยเงินเราเอง เงินเย็นดีที่สุดอย่ากู้ใครมาทำ ถ้าเลือกได้เราควรเป็นเจ้าของเองครบวงจร ทั้งตัวอาคาร และที่ดิน เพราะการเช่าคนอื่นมาทำ ค่าเช่าที่คือ 50-60 % ของต้นทุนแล้ว ทำเท่าไหร่ก็แบ่งให้เขาเกินครึ่งไปแล้ว พอไม่มีดอกเบี้ย พอไม่เสียค่าเช่า ก็ทำให้ทำธุรกิจได้อย่างสบายใจ ไม่เครียด ไม่กดดัน ได้น้อย ก็ยังนอนหลับได้สบายใจ ที่สำคัญธุรกิจเมื่อทำไปนานๆธุรกิจนั้นต้องเลี้ยงเรา ไม่ใช่เราต้องทำเพื่อเลี้ยงธุรกิจ แรกๆเราเหนื่อยเราทุ่มเทให้ธุรกิจโต หลังจากนั้นเราต้องผ่อนคลายทำธุรกิจได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องเครียดแล้ว” เธอกล่าวอย่างอารมณ์ดี

แขไข บอกว่า แม้ธุรกิจของเธอจะไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่ก็เป็นธุรกิจเล็กๆที่มั่นคง สร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ เพราะมีแนวคิดว่าจะไม่ทำอะไรเกินตัว ไม่กู้เงินใครมาทำ เป็นเจ้าของธุรกิจเองตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว 

ซึ่งปัจจุบันนี้เธอก็มีงานประจำ และมีธุรกิจนี้ไว้ทำช่วงวันหยุด เพราะบ้านก็ใกล้กันกับเรือนไทย อยู่โซนสุขุมวิททั้งหมด ก่อนเข้าบ้านก็แวะดูงาน ทุกอย่างถ้าวางระบบไว้ให้ดี นั่งทำงานที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องมาเฝ้าตลอดเวลา งานอีเว้นท์ส่วนใหญ่จะมีช่วงวันหยุด  ส่วนการสอนศิลปะแม้เป็นวันธรรมดา ถ้าเราสามารถวางระบบให้ดี แล้วให้ทีมงานทำแทนได้ไม่ต้องห่วงอะไร

สำหรับโครงการในอนาคตนั้น เธออยากจะทำบูทีคโฮเทล โดยเอาสิ่งที่มีอยู่มาปรับปรุงพัฒนาและต่อยอด คือทำทุกอย่างที่มีอยู่ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ทำอะไรเกินกำลังตามนโยบายของเธอ

 

เรื่อง อนุสรา ทองอุไร